บริษัท บีโอที ลีส (ประเทศไทย) จำกัด (บริษัท) ให้ความสำคัญด้านการเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่านและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงกำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการดำเนินงานของบริษัทด้วยมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านได้มั่นใจว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้รับจะถูกนำไปใช้ตรงตามความต้องการของท่านและถูกต้องตามกฎหมาย

1. ข้อมูลส่วนบุคคล คืออะไร?

ข้อมูลส่วนบุคคล* หมายถึง “ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ”

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจะทำการประมวลผล ได้แก่

- ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด เพศ สัญชาติ ข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตการทำงาน รูปถ่าย
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ แฟกซ์
- ข้อมูลการทางการเงินและการทำธุรกรรม เช่น เลขบัญชีเงินฝาก จำนวนเงินฝาก รายการเดินบัญชี
ระยะเวลาในการเก็บรักษาเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตราบเท่าที่ท่านเป็นลูกค้าของบริษัท และจัดเก็บไปอีกเป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่สิ้นสุดสัญญา

3. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านทั้งทางตรงและทางอ้อม

  1. ทางตรง โดยบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการเข้าพบและขอข้อมูลจากท่านโดยตรง
  2. ทางอ้อม โดยบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการที่ท่านส่งข้อมูลมาทางไปรษณีย์ ทางอีเมล์ ทางการส่งแฟกซ์ หรือได้รับข้อมูลมาจาก Dealer ที่ได้รับมอบหมายจากบริษัท

4. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล

บริษัทจะทำการประมวลผลข้อมูลโดยใช้พื้นฐานดังต่อไปนี้

  1. เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา เป็นต้น
  2. เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
  3. เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น
  4. เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท
  5. เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  6. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  7. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

5. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว บริษัทจะดำเนินการดังนี้กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
❒ เก็บรวบรวม บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัดและเท่าที่จำเป็น โดยขึ้นอยู่กับประเภทของการบริการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้บริการหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท
❒ ใช้ บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ไว้กับบริษัท โดยใช้อย่างเหมาะสมและมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
❒ เปิดเผย บริษัทอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สามเพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปอย่างราบรื่น หรือเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ที่บริษัทมีต่อท่าน บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทต่อผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สาม เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ระบุหรือได้แจ้งต่อท่านตามการแจ้งวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูล นอกจากนี้บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ แนวทาง ระเบียบ ที่ถูกต้อง
บริษัทอาจมีความจำเป็นในการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานต่างประเทศ ได้แก่ BOT Lease Co., Ltd. (Japan) ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ และจะสามารถบังคับใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล รวมทั้งมีมาตรการเยียวยาตามกฎหมายที่จะบังคับใช้ได้ ตาม Personal Data Protection Law of Japan

6. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัททำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้

  1. ลักษณะการเก็บ โดยจัดเก็บเป็น Soft Copy และ Hard Copy
  2. สถานที่จัดเก็บ เก็บไว้ที่ห้อง ตู้ ที่มีอุปกรณ์นิรภัย / เก็บไว้ใน computer / ใช้บริการบริษัทภายนอกที่มีมาตรฐานในการจัดเก็บข้อมูล
    เมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ หรือ บริษัทไม่มีสิทธิหรือไม่สามารถอ้างฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแล้ว บริษัทจะดำเนินการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นด้วยวิธีการ ดังนี้
    - หากเป็นข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิสก์ จะทำลายด้วยวิธีที่ไม่สามารถเรียกดูหรือคืนกลับสภาพเดิมได้ ซึ่งกลายเป็น สภาพที่ไม่สามารถใช้หรือเปิดดูได้อีกต่อไป
    - หากเป็นเอกสารที่พิมพ์ออกมา จะทำลายด้วยเครื่องทำลายเอกสาร

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูล ท่านจะมีสิทธิดังต่อไปนี้ โดยอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมาย “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562”

  1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (right to withdraw consent): ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท
  2. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (right of access): ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทให้แก่ท่านได้
  3. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (right to rectification): ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือ เพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
  4. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (right to erasure): ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัททำการลบข้อมูลของท่านด้วยเหตุบางประการได้
  5. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (right to restriction of processing): ท่านมีสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้
  6. สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (right to data portability): ท่านมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้กับบริษัมไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นหรือตัวท่านเองด้วยเหตุบางประการได้
  7. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (right to object): ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

8. การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ และ กฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบด้วยการเปลี่ยนแปลงข้อมูลลงใน website ของบริษัทโดยเร็วที่สุด ปัจจุบัน นโยบายความเป็นส่วนตัวถูกทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อ 27 พฤษภาคม 2020

9. ช่องทางการติดต่อ

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)
บริษัท บีโอที ลีส (ประเทศไทย) จำกัด BOT Lease (Thailand) Co., Ltd. เลขที่ 54 อาคารหะรินธร ชั้น 4 ถนนสาธรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เบอร์โทรศัพท์: (66)02-266-3060 อีเมล์ : k.korrak@botlease.co.th
website: www.botlease.co.jp/global/thailand/thailand.html

กลับสู่ด้านบน
top